Share

Category: Knowledge

7 เหตุผลที่คุณควรมีสถาปนิกเป็นเพื่อนคู่คิดเมื่อสร้างบ้านหรู

เมื่อตัดสินใจสร้างบ้านเองโดยไม่ได้ซื้อจากโครงการพร้อมอยู่ ก็จะมีคำถามต่างๆ ตามมา และหนึ่งในคำถามที่หลายคนมักจะคิดไม่ตกก็คือ จำเป็นไหมที่ต้องใช้สถาปนิกช่วยออกแบบบ้าน หรือจะเลือกแบบบ้านสำเร็จที่มีอยู่แล้วมาปรับเปลี่ยนบางส่วนตามใจเราได้หรือไม่ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วการมีสถาปนิกเป็นเพื่อนคู่คิดและมีส่วนช่วยในกระบวนการสร้างบ้านหรูนั้นให้ประโยชน์และความคุ้มค่าที่มากกว่าแค่ออกแบบบ้านให้ตรงใจ อาร์ต เทค โฮม บริษัทรับสร้างบ้านหรูได้รวบรวม 7 เหตุผลที่ควรมีสถาปนิกเป็นเพื่อนคู่คิดเมื่อสร้างบ้านหรู เพื่อช่วยให้เข้าใจถึงความสำคัญของสถาปนิกในงานสร้างบ้านในฝันของคุณ 7 เหตุผลที่คุณควรมีสถาปนิกเป็นเพื่อนคู่คิดเมื่อสร้างบ้านหรู 1. เข้าใจความต้องการของเจ้าของบ้าน สถาปนิกจะรับฟังความต้องการของเจ้าของบ้าน ประสานไอเดียและตอบสนองความต้องการที่แตกต่างหลากหลายให้ออกมาเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน แล้วนำมาออกแบบบ้านที่สวยงามและลงตัวด้วยประโยชน์ใช้สอยที่สอดคล้องกับความต้องการของเจ้าของบ้าน ในขณะเดียวกันก็มีความเข้าใจในเนื้อที่ใช้สอยของแต่ละรูปแบบ แล้วยังรู้ถึงเรื่องของการใช้วัสดุอีกด้วย ดังนั้นหากตัดสินใจเลือกใช้สถาปนิกเป็นผู้ออกแบบที่พักอาศัย ก็สามารถวางใจได้เลยว่าบ้านในฝันจะกลายเป็นจริงได้ในงบประมาณที่เรากำหนด 2. เข้าใจในทุกพื้นที่ใช้สอย ทั้งรูปลักษณ์หน้าตาภายใน-ภายนอกของบ้าน และการอยู่สบาย เป็นปัจจัยที่มีความสำคัญกับการสร้างบ้าน ซึ่งสถาปนิกจะเข้าใจความต้องการของเจ้าของบ้าน พร้อมทั้งเข้าใจในพื้นที่ใช้สอย ดังนั้นจึงออกแบบบ้านหรูที่รูปลักษณ์สวยงาม ใช้วัสดุชั้นดี มีความกลมกลืนกับภาพรวมของบ้าน รวมถึงวางระบบน้ำ ไฟ สาธารณูปโภค ให้อยู่สบาย ในพื้นที่ใช้สอยที่กำหนด นอกจากนี้ยังออกแบบบ้านหรูให้เข้ากับการใช้ชีวิตของเจ้าของบ้านแต่ละหลัง ซึ่งแต่ละคนก็มีสไตล์และความชอบแตกต่างกัน บ้านที่ออกแบบต้องมีความแข็งแรง ปลอดภัย ประหยัดพลังงาน และใช้งบประมาณการก่อสร้างที่เหมาะสม ดังนั้นการมีสถาปนิกนอกจะทำให้เราได้ที่พักอาศัยที่ตอบโจทย์ความต้องการของเราแล้ว ยังเปรียบเสมือนเราได้เพื่อนคู่คิดตั้งแต่ก่อนสร้างบ้าน ระหว่างการสร้างบ้าน จนกระทั่งบ้านสร้างเสร็จ 3. ช่วยบริหารงบค่าก่อสร้างอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากออกแบบบ้านที่ตอบโจทย์แล้ว สถาปนิกจะเลือกวัสดุที่เหมาะสมกับขนาดและแบบบ้าน ทำให้หมดปัญหาเรื่องการเสียเงินจุกจิกยิบย่อย […]

read more

5 แบบบ้านสวยมีพื้นที่ Double Space สร้างบรรยากาศโปร่ง โล่ง อย่างลงตัว

สร้างบ้านให้น่าอยู่ นอกจากการคำนึงถึงแบบและการตกแต่งภายใน-ภายนอกให้เหมาะกับผู้อยู่อาศัยแล้ว การแบ่งสัดส่วนบ้านให้มีมุมที่ดูโปร่ง โล่ง สบาย โดยเน้นการออกแบบบ้านให้มีพื้นที่ Double Space ในส่วนที่สมาชิกมักใช้พื้นที่ร่วมกันอย่างห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น หรือห้องรับประทานอาหาร จะช่วยให้บรรยากาศภายในบ้านดูผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น และ อาร์ต เทค โฮม ได้นำแบบบ้านสวยเน้นการดีไซน์ให้มีพื้นที่ Double Space ที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยมาแนะนำ ส่วนจะมีแบบไหนบ้าน ไปดูพร้อมๆ กัน Double Space คืออะไร Double Space หรือ Double Volume คือพื้นที่ภายในบ้านที่มีความสูงต่อเนื่องกันมากกว่า 1 ชั้นขึ้นไป หรือพื้นที่ห้องที่มีเพดานสูงเสมือนเป็น 2 เท่าของห้องปกติ ซึ่งจะให้ความรู้สึกโปร่ง โล่ง สบาย ให้มุมมองที่กว้างขวางและมีความพิเศษยิ่งขึ้น ข้อดีของการสร้างบ้านให้มีพื้นที่ Double Space • ทำให้บ้านดูโปร่ง โล่ง สบาย ให้บรรยากาศของความรู้สึกผ่อนคลาย ไม่อึดอัดอุดอู้• ทำให้อากาศภายในบ้านมีการหมุนเวียนถ่ายเทสะดวก• พื้นที่ภายในบ้านได้รับแสงธรรมชาติมากขึ้น• ทำให้บ้านดูโอ่อ่าหรูหราทุกมุมมอง• ช่วยในการเชื่อมต่อของพื้นที่แต่ละส่วนทำให้สามารถใช้งานพื้นที่ได้อย่างไม่สะดุด พื้นที่ไหนควรมี […]

read more

เรื่องควรรู้ ที่มาของเสียงสะท้อนในบ้าน แก้ไขอย่างไรให้ถูกต้อง

ปัญหาเสียง ที่พบในการเข้าอยู่อาศัยในบ้านที่สร้างความหงุดหงิดหัวใจคือ ปัญหาเสียงก้อง เสียงสะท้อน ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการสื่อสารลดลงไปมาก ซึ่งปัญหานี้จะเห็นได้ชัดสำหรับห้องที่มีขนาดกว้างใหญ่ สาเหตุของเสียงสะท้อนในบ้านมาจากอะไร ถ้าเกิดขึ้นกับบ้านเราแล้วจะมีวิธีแก้ไขหรือไม่ อาร์ต เทค โฮม รับสร้างบ้านหรู จะมาไขข้อสงสัยให้ทราบกัน เสียงสะท้อนเกิดจากอะไร สาเหตุหลักของการเกิดเสียงสะท้อน เป็นเรื่องเกี่ยวกับพื้นผิวของวัสดุต่างๆ ภายในห้อง ไม่ว่าจะเป็นผนัง ฝ้าเพดาน เฟอร์นิเจอร์ หรือของตกแต่ง ซึ่งวัสดุทุกชนิดมีความสามารถในการดูดซับเสียงในระดับที่แตกต่างกัน เมื่อเสียงตกกระทบกับวัตถุ เสียงบางส่วนจะถูกดูดซับไว้และจะมีบางส่วนที่สะท้อนกลับออกมา เราจะรู้สึกถึงเสียงก้องอย่างชัดเจนเมื่ออยู่ในห้องโล่งที่ไร้เฟอร์นิเจอร์ เพราะไม่มีสิ่งของมาช่วยดูดซับเสียงทำให้เสียงสะท้อนผนังกลับไปกลับมานั่นเอง โดยปกติการป้องกันเสียงก้องหรือเสียงสะท้อนที่ดีที่สุดคือ การบุผนังและเพดานด้วยแผ่นซับเสียง แต่วิธีดังกล่าวจะเหมาะกับห้องบันทึกเสียงหรือห้องดูหนังมากกว่าบ้านพักอาศัย เพราะการติดตั้งแผ่นซับเสียงอาจสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายเกินความจำเป็น ดังนั้นลองมาดูแนวทางแก้ไขเสียงสะท้อนวิธีการอื่นๆ ที่ทำได้ง่ายและประหยัดงบประมาณกัน 1. ปิดช่องโหว่รอบผนังบ้าน ช่องว่างด้านบนและใต้ประตู เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกันเสียงรบกวน ต้องปิดรอยต่อระหว่างประตู-หน้าต่าง ให้แนบสนิทที่สุด รวมไปถึงช่องว่างระหว่างประตูกับพื้นบ้าน ช่องว่างระหว่างวงกบหน้าต่าง รวมทั้งตรวจสอบรอยร้าวบริเวณผนัง เพราะเสียงอาจจะเล็ดลอดผ่านเข้ามาได้ทุกช่องทาง 2. เปลี่ยนหน้าต่างแบบเดิมเป็นรุ่นปิดสนิท รูปแบบของหน้าต่างและวัสดุที่นำมาใช้ เป็นสิ่งสำคัญที่มีผลต่อการรับเสียง ควรเลือกหน้าต่างที่มีรอยต่อน้อยและปิดสนิท เช่น หน้าต่างกรอบอลูมิเนียม บานกระจก จะช่วยป้องกันเสียงได้ดีกว่าหน้าต่างกรอบไม้และบานไม้ ส่วนรูปแบบหน้าต่างที่กันเสียงได้ดี เป็นหน้าต่างบานสไลด์เลื่อน กระทุ้ง พร้อมกับติดขอบกันเสียง […]

read more

ส่องเทรนด์มาแรง แนวทางออกแบบบ้านหลังยุคโควิด-19 เพื่ออยู่อย่างสบาย

การระบาดของโรคโควิด-19 ได้เปลี่ยนแปลงหลายสิ่งหลายอย่างในการดำเนินชีวิตของมนุษย์ ทั้งการรักษาระยะห่าง (Social Distance) การปกป้องตัวเองจากโรคระบาด การทำงานที่บ้านแทนที่ออฟฟิศ และหน้ากากอนามัยกลายเป็นอวัยวะที่ 33 สำหรับที่อยู่อาศัยก็มีแนวทางออกแบบบ้านเพื่อตอบสนองวิถีชีวิตใหม่เช่นกัน อาร์ต เทค โฮม บริษัทรับสร้างบ้านหรู ผู้นำด้านการออกแบบบ้านสร้างสรรค์แนวคิดใหม่ๆ ก็ไม่พลาดที่จะนำเทรนด์แนวทางออกแบบบ้านหลังยุคโควิด-19 มาอัปเดตให้ทราบกัน แนวทางออกแบบบ้านหลังยุคโควิด-19 1. ให้ความสำคัญกับระบบหมุนเวียนอากาศ เราต้องปรับตัวต่อสู้กับเชื้อโรคให้ได้ บ้านที่เหมาะกับการใช้ชีวิตสู้โรคจึงต้องเป็นพื้นที่โปร่งที่มีอากาศหมุนเวียนและมีแสงแดดส่องถึง เพื่อลดการสะสมของเชื้อโรคต่างๆ  โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการรวมตัวกันอย่างห้องนั่งเล่น และห้องรับแขก 2. ปรับพื้นที่รอบบ้านให้เหมาะกับการพักผ่อน เมื่อการใช้ชีวิตนอกบ้านเต็มไปด้วยความหวาดระแวงและไม่ปลอดภัย ทำให้เลือกใช้เวลาพักผ่อนอยู่ที่บ้านแทน การออกแบบบ้านจึงให้ความสำคัญกับพื้นที่พักผ่อนบริเวณบ้าน และรอบๆ บ้าน โดยเฉพาะพื้นที่สวนที่ออกแบบให้ผู้อยู่อาศัยสามารถใช้พักผ่อนหย่อนใจ หรือใช้เวลากับงานอดิเรกส่วนตัวได้จริง 3. ออกแบบเผื่อพื้นที่สำหรับทำงาน จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด–19 ทำให้ Work From Home กลายเป็นการทำงานรูปแบบใหม่ที่คุ้นเคยกัน สามารถนั่งทำงานที่ไหนก็ได้ขอเพียงแค่มีคอมพิวเตอร์และสัญญาณอินเทอร์เน็ต บ้านจึงเป็นมากกว่าที่อยู่อาศัยแต่ต้องกลายร่างเป็นออฟฟิศรองรับการทำงานในลักษณะต่างๆ ด้วย แนวทางการออกแบบจึงต้องให้พื้นที่ใช้สอยภายในบ้านเชื่อมโยงกันอย่างลงตัว เน้นการใช้งานได้อย่างหลากหลายในพื้นที่จุดๆ เดียว หรือเรียกได้ว่าเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ที่สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานตามความต้องการ และเกิดประโยชน์สูงสุด แต่ยังคงความเป็นระเบียบอย่างลงตัว 4. เพิ่มพื้นที่สกัดเชื้อโรคก่อนเข้าสู่ตัวบ้าน เพื่อให้บ้านเป็นสถานที่ปลอดภัยและปลอดเชื้อ ออกแบบพื้นที่สำหรับทำความสะอาดและฆ่าเชื้อทุกสิ่งก่อนนำเข้าภายในบ้านอันเป็นสถานที่พักผ่อนที่แสนปลอดภัย […]

read more

เทคนิคปรับแต่งบ้านให้มีพื้นที่ทำงานเหมาะกับการสร้างสรรค์ไอเดียใหม่

สถานการณ์โควิด-19 ทำให้รูปแบบการทำงานเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง และบทบาทของบ้านไม่ได้เป็นเพียงที่อยู่อาศัยเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นพื้นที่ทำงานในช่วงที่ต้อง Work From Home ด้วย ดังนั้นเพื่อให้เราทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และเปี่ยมไปด้วยความสุข ลองมาปรับแต่งบ้านให้เหมาะกับการเป็นพื้นที่ทำงานที่ช่วยกระตุ้นไอเดียสร้างสรรค์ ในช่วงภาวะวิกฤตินี้กันดีกว่า 1. เลือกมุมทำงานให้สัมผัสกับแสงธรรมชาติ มีงานวิจัยออกมายืนยันว่า การทำงานในบรรยากาศที่มีแสงสว่างอย่างเหมาะสมจะช่วยลดความเครียดได้ โดยเฉพาะแสงธรรมชาติ (Natural light) ซึ่งเป็นแสงที่เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้ดี และการทำงานภายใต้แสงธรรมชาติจะเหมาะกับธรรมชาติของร่างกายที่จะทำให้นอนหลับได้สนิท รู้สึกสงบ ส่งผลให้มีสมาธิกับงานมากขึ้น ดังนั้นควรจัดโต๊ะทำงานใกล้หน้าต่างที่เห็นทิวทัศน์ภายนอก โดยเลือกมุมที่หันหลังหรือหันข้างให้แสง สามารถทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่างได้ และอาจเพิ่มบรรยากาศความสดชื่นด้วยต้นไม้เล็กๆ ที่โต๊ะทำงาน ติดม่านกรองแสงแบบบางเพื่อช่วยพรางแสงแดดในช่วงกลางวันที่อาจรบกวนสายตาจนเกินไป จะให้ความรู้สึกปลอดโปร่งและความคิดไหลลื่นดี 2. จัดระเบียบมุมทำงาน ลดสิ่งรบกวนสายตา มุมทำงานควรจัดระเบียบการวางของให้เรียบร้อย ไม่รกรุงรังสายตา เพื่อให้สมองปลอดโปร่งเหมาะกับการคิดไอเดียสร้างสรรค์ อีกทั้งยังหาของได้ง่าย ไม่สร้างความหงุดหงิดในการทำงาน นอกจากนี้การวางสิ่งของไม่เป็นระเบียบหรือเก็บของที่ไม่สามารถใช้งานได้แล้วไว้ถือเป็นสิ่งต้องห้ามตามหลักฮวงจุ้ย ดังนั้นมาทำให้โต๊ะคลีนเพื่อเสริมประสิทธิภาพในการทำงานและเสริมดวงงานให้รุ่งไปพร้อมกัน 3.แบ่งสัดส่วนพื้นที่ทำงานกับพื้นที่พักผ่อนแยกออกจากกัน เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ควรทำงานใกล้ที่นอนเพราะจะทำให้ขาดสมาธิและรู้สึกง่วงตลอดเวลา โดยพื้นที่ทำงานควรจัดแยกเป็นสัดส่วน มีมุม Relax ในบ้านที่สามารถย้ายตัวเองไปนั่งพักผ่อนหรือคิดงานได้ การทำงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ไม่ควรนั่งติดกับโต๊ะตลอดเวลา ควรทำงาน 25-30 นาทีแล้วกำหนดเวลาพักสมองซัก 5 นาที จะช่วยให้สมองเราได้พักผ่อน พร้อมเปิดรับไอเดียใหม่ๆ […]

read more

5 เทคนิค ปรับบ้านให้ถูกหลักฮวงจุ้ย มงคลตลอดปี

วิกฤติโควิด-19 ทำให้หลายคนมีเวลาอยู่บ้านมากขึ้น ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีที่จะได้จัดบ้านให้ดูดี สะอาด เป็นระเบียบ เพื่อสร้างความสุขให้กับผู้อยู่อาศัย และไหนๆ ก็จะจัดบ้านทั้งที ลองนำหลักฮวงจุ้ยที่เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์มาปรับใช้เพื่อให้บริเวณบ้านมีความสมดุล ดึงดูดพลังงานโชคลาภเข้ามาในชีวิต ให้เงินทองไหลมาเทมา เสริมมงคลตลอดปีกันดีกว่า 1. หน้าบ้านเปิดโล่ง โปร่งสบาย ประตูมีความสำคัญมากในทางฮวงจุ้ย เพราะเปรียบเสมือนปราการด่านแรกในการเข้าออกบ้าน ไม่ว่าจะเป็นผู้คน เงินทอง โชคลาภ หรือพลังงาน โดยเฉพาะเรื่องของโชคลาภ ดังนั้นห้ามวางของระเกะระกะหรือทำให้ดูรก เพื่อไม่ให้พลังงานไม่ดี ความอัปมงคลเข้าสู่บ้าน หากจำเป็นต้องวางของบริเวณหน้าบ้าน ให้แก้โดยการจัดรวมไว้ด้านใดด้านหนึ่ง หากมีตู้เก็บมิดชิดจะยิ่งดีมาก โดยเฉพาะรองเท้าควรเก็บใส่ตู้ปิดมิดชิด และไม่วางเหนือลม เพื่อป้องกันไม่ให้กลิ่นไม่พึงประสงค์โชยเข้าบ้าน ซึ่งจัดว่าเป็นฮวงจุ้ยที่ไม่ดี ดังนั้นบ้านไหนที่ต้องการให้หน้าบ้านเป็นเสมือนจุดรับเงินก็มักนิยมตกแต่งฮวงจุ้ยหน้าบ้านดังนี้ • สะอาด จัดลานหน้าบ้านหรือสนามหญ้าหน้าบ้านให้สะอาดเสมอ • สว่าง หน้าบ้านต้องมีแสงสว่างส่องมาเพียงพอ หากบ้านไหนต้องการต่อเติมหลังคาเพิ่มเติม ต้องเลือกความสูงพอเหมาะเพื่อไม่ให้บริเวณหน้าบ้านดูมืดทึบ • กระแสลม สำหรับฮวงจุ้ยหน้าบ้านลมที่พัดต้องไม่แรงมาก เนื่องจากมีความเชื่อว่าแทนที่จะพัดเงินพัดทองเข้าบ้าน กลับกลายเป็นพัดออกหมด 2. ห้องรับแขกดูกว้าง         เนื่องจากเป็นจุดศูนย์รวมของบ้านจึงเปรียบเสมือนห้องเก็บโชคลาภ ดังนั้นควรจัดห้องรับแขกให้มีลักษณะกว้างขวาง จึงจะทำให้สามารถเก็บและเพิ่มพูนโชคลาภที่เข้ามาในบ้านได้มากยิ่งขึ้น และต้องมีแสงสว่างภายในห้องรับแขกอย่างเพียงพอ หากภายในห้องมีแสงสว่างไม่เพียงพอจะทำให้อับโชค นอกจากนี้ไม่ควรมีฉากมาตั้งกั้นไว้ตรงประตูทางเข้า […]

read more

เทคนิคตรวจบ้านอย่างไร..ให้ได้บ้านดีไม่ถูกย้อมแมว

เมื่อบ้านหลังงามได้สร้างเสร็จเรียบร้อย รอวันที่เราจะได้ย้ายเข้าไปอยู่อาศัย ขั้นตอนสุดท้ายก่อนเซ็นรับมอบบ้าน คือ การตรวจรับบ้าน ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญมากๆ เพราะต้องใช้ความรู้และความละเอียดรอบคอบในการตรวจสอบ เพื่อให้มั่นใจว่าตัวบ้านสมบูรณ์ที่สุด บริษัท อาร์ต เทค โฮม จำกัด เป็น บริษัทรับสร้างบ้านหรู สไตล์โมเดิร์น ได้รวบรวมเทคนิคต่างๆ ในการตรวจบ้านอย่างมืออาชีพให้ไม่ถูกย้อมแมวมาฝากกัน 1. ตรวจบ้าน : งานกำแพง • เช็กความสะอาดของกำแพง หากกำแพงติดวอลเปเปอร์ให้ดูว่าติดไว้เรียบเสมอกันหรือเปล่า วิธีตรวจเช็กให้นำหน้าแนบติดกับกำแพง แล้วดูพื้นผิวกำแพง วิธีการนี้จะทำให้มองเห็นรอยโป่งนูน ไม่เรียบเนียนได้อย่างชัดเจน • ขอบบัวที่ติดผนังขอบพื้น ตรวจสอบโดยใช้ไม้บรรทัดวางกับพื้นแล้วเลื่อนไปเรื่อยๆ หากเห็นช่องว่างระหว่างไม้บรรทัด แสดงว่าขอบบัวมีความโป่งหรือเว้า ไม่เรียบตรงเสมอกัน • งานสีภายนอก ให้ดูความสม่ำเสมอของสี ความเรียบเนียน หากพบรอยรั่ว หรือรอยร้าว ให้แจ้งแก้ไขโดยด่วน • ประตู หน้าต่าง ลองเปิด-ปิดทุกบาน ต้องเปิด-ปิดได้โดยไม่ฝืด หรือตกร่อง เมื่อประตูปิดสนิทให้ใช้ไฟฉายส่องดู หากมีแสงลอดผ่าน แสดงว่าประตูติดตั้งห่างจากวงกบมากเกินไป นอกจากนี้ให้ล็อกประตูและไขกุญแจดูทุกดอก • ประตูรั้วหน้าบ้าน เช็กกลอนประตูว่าสามารถล็อกได้ปกติไหม […]

read more

8 เทคนิคสร้างบ้าน พร้อมรับมือภัยน้ำท่วม

ในช่วงปีหลังๆ เรามักได้ยินข่าวน้ำท่วมเป็นประจำและเริ่มจะหนักขึ้นเรื่อยๆ สาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศอย่างเฉียบพลัน และปัญหาโลกร้อนที่สะสมมานาน ซึ่งแม้เราไม่สามารถคาดการณ์ได้เลยว่าจะเกิดเมื่อไร แต่เราสามารถเตรียมพร้อมรับมือได้ ดังนั้นหากพื้นที่ที่จะก่อสร้างบ้านมีโอกาสน้ำท่วม ก่อนที่จะออกแบบหรือก่อสร้างบ้านจึงควรคำนึงถึงปัญหาเหล่านี้เป็นอันดับต้นๆ แล้วออกแบบสร้างบ้านให้เหมาะสม พร้อมรับมือภัยน้ำท่วม เพื่อให้บ้านของเราคงทนแข็งแรงยาวนานตลอดอายุการใช้งาน 8 เทคนิคสร้างบ้าน พร้อมรับมือภัยน้ำท่วม 1. สำรวจพื้นดินทำเลสร้างบ้าน สภาพชั้นดินที่แข็งแรงเป็นป้อมปราการชั้นดี ที่ช่วยยึดจับบ้านต้านภัยน้ำหลากได้ ดังนั้นหากอยู่ในพื้นที่มีประวัติน้ำท่วม ให้หลีกเลี่ยงพื้นดินที่เป็นหินกรวด ทราย หรือดินเหลว ให้มองหาพื้นที่ชั้นหินแข็งแรง หรือชั้นดินที่หนาแน่น หากสำรวจด้วยตาเปล่าแล้วไม่แน่ใจ ให้ปรึกษาวิศวกรอีกครั้ง อีกทำเลที่ควรหลีกเลี่ยงคือ เนินหินและต้นไม้ใหญ่ เนื่องจากเนินหินมีโอกาสถล่มลงมาได้ รวมถึงต้นไม้ใหญ่ที่สามารถล้มลงมาทับบ้านเมื่อเกิดลมพายุ 2. สำรวจระดับน้ำที่เคยท่วมถึง เมื่อทราบถึงระดับน้ำที่เคยท่วมถึง ให้ออกแบบสร้างบ้านให้อยู่เหนือระดับน้ำ โดยยืมภูมิปัญญาไทยอย่างการยกใต้ถุนบ้านมาประยุกต์ใช้กับบ้านสมัยใหม่ ด้วยการยกตัวบ้านให้อยู่เหนือระดับน้ำที่เคยท่วมสูงสุด ให้ตัวบ้านต้องตั้งบนเสาเข็มหรือกำแพงกันดินที่แข็งแรง อาจเสริมโครงสร้างทแยงเพื่อรัดโครงสร้างบ้านให้แข็งแรงขึ้น และให้ดูความเหมาะสมกับสัดส่วนของตัวบ้าน 3. เพิ่มความยาวเสาเข็ม เสาเข็มถือเป็นส่วนสำคัญที่สุดของบ้าน ทำหน้าที่ในการค้ำยัน ถ่ายน้ำหนักของตัวบ้านลงสู่พื้นดิน ดังนั้นหากทราบว่าหน้าดินของพื้นที่ที่จะสร้างบ้านมีการสไลด์ หรือไม่แข็งแรงพอ ควรออกแบบเสาเข็มให้มีความยาวมากกว่าปกติ เพื่อป้องกันการเสียหายของหน้าดินที่จะส่งผลต่อความแข็งแรงของโครงสร้าง 4. หลีกเลี่ยงผนังมีที่หลายวัสดุหลายรอยต่อ ผนังของบ้านไม่ควรใช้วัสดุที่หลากหลายชนิดเกินไป เพราะจะเกิดรอยต่อของวัสดุตามจุดต่างๆ ซึ่งเป็นจุดด้อยที่ทำให้บ้านอ่อนแอกว่าการมีผนังที่เป็นพื้นผิวเดียวกันทั้งผืน รอยต่อยังทำให้ผนังเสี่ยงที่จะเสียหายได้ก่อนส่วนอื่นๆ อีกด้วย […]

read more

ข้อควรรู้ เกี่ยวกับการรับประกันบ้านที่สร้างโดยบริษัทรับสร้างบ้าน

หลังจากบ้านหลังงามสร้างเสร็จจนได้รับมอบกรรมสิทธิ์เรียบร้อยแล้ว หลายคนอาจจะคิดว่าหมดหน้าที่ บริษัทรับสร้างบ้านแล้ว แต่จริงๆ แล้วบริษัทรับสร้างบ้านยังมีในส่วนของ ประกันโครงสร้างบ้าน เพื่อคุ้มครองและยืดอายุให้บ้านหลังงามของเราอยู่ต่อไปได้อีกเป็นปี ดังนั้นหากอยู่ๆ บ้านไปแล้วเกิดความผิดพลาดเสียหาย ไม่ต้องกังวลใจไปค่ะ เรายังมีประกันบ้านไว้ให้อุ่นใจ ส่วนการรับประกันจะเป็นอย่างไร แล้วมีระยะเวลานานขนาดไหน มาทำความเข้าใจไปพร้อมๆ กัน 1. ประกันโครงสร้างบ้าน งานโครงสร้างบ้าน หน้าที่รับน้ำหนักของบ้าน ผู้อาศัยและส่วนประกอบอื่นๆ ของบ้าน หากมีปัญหาเกิดขึ้นมาจะเป็นเรื่องใหญ่ที่แก้ไขได้ยาก และค่าใช้จ่ายสูง ดังนั้นกฎหมายจึงกำหนดให้ระยะเวลาประกันยาวนานถึง 5 ปี หากโครงสร้างมีปัญหาจากการก่อสร้าง ภายใน 5 ปี ต้องแสดงอาการออกมาให้ผู้อยู่อาศัยได้เห็นแน่นอน งานโครงสร้างได้แก่ เสาเข็ม เสา ฐานราก คาน ผนังรับน้ำหนัก พื้นคอนกรีต โครงหลังคา แต่การรับประกันโครงสร้างจะสิ้นสุดลง เมื่อเจ้าของบ้านทำการต่อเติมพื้นที่เพิ่มเติม โดยต่อเติมเชื่อมโยง เกี่ยวข้องกับโครงสร้างหลักของบ้าน เช่น การต่อเติมพื้นที่ครัวด้านหลัง เรือนรับรองทางด้านข้างของตัวบ้าน ยกตัวอย่าง : เมื่อทางบริษัทรับสร้างบ้านส่งมอบบ้านและโอนกรรมสิทธิ์ให้เราเรียบร้อยแล้ว หลังจากอยู่มา 4 ปี พบว่าเสาที่จอดรถเกิดร้าว มองเห็นโครงสร้างภายในเสียหาย เราสามารถแจ้งบริษัทรับสร้างบ้านที่เราว่าจ้าง […]

read more

6 เทคนิคควรรู้ เพื่อลดปัญหาในการสร้างบ้านหรูอย่างได้ผล

เพราะในชีวิตหนึ่งเราคงไม่ได้สร้างบ้านกันบ่อยๆ ดังนั้นก่อนตัดสินใจสร้างบ้านหรูจึงควรทำการบ้านและเตรียมพร้อมให้มากที่สุด เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดให้น้อยที่สุด ซึ่งจะทำให้เจ้าของบ้านได้แบบบ้านที่ถูกใจ การก่อสร้างเป็นไปอย่างราบรื่น สำเร็จลุล่วงตามเวลาที่วางแผนและงบประมาณที่กำหนดเอาไว้ โดย อาร์ต เทค โฮม มี 6 เทคนิคลดปัญหาในการสร้างบ้านหรูมาฝาก รับรองว่าอ่านจนจบแล้วคุณจะมีความมั่นใจในการสร้างบ้านมากขึ้นแน่นอน 1. ทำความรู้จักที่ดินสร้างบ้านให้ละเอียด ที่ดินเป็นสิ่งที่เคลื่อนย้ายไม่ได้ ดังนั้นก่อนจะเลือกที่ดินมาสร้างบ้านหรู เราควรสำรวจที่ดินให้ทราบข้อดี ข้อด้อย ทิศทางแสงแดด ลม รวมถึงสภาพแวดล้อมโดยรอบของที่ดิน เพื่อการวางแปลนบ้านที่เหมาะสม ดึงจุดเด่น แก้ไขจุดด้อย ซึ่งจะช่วยให้บ้านหรูสวยงาม และอาศัยอยู่อย่างสะดวกสบาย ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ด้วย การวางตำแหน่งบ้านที่ดีที่สุดคือหันด้านยาวของตัวบ้านเข้าหาลม เพื่อเพิ่มพื้นที่การรับลมธรรมชาติเข้าบ้าน ช่วยระบายค วามร้อนจากภายใน ลดการใช้พลังงานจากเครื่องปรับอากาศ 2. สำรวจจำนวนสมาชิก และสอบถามต้องการของคนในครอบครัว การออกแบบบ้านเพื่อสร้างบ้านหรู ปัจจัยด้านจำนวนสมาชิกและความต้องการของสมาชิก มีผลต่อการจัดสรรพื้นที่ใช้สอยของบ้าน จำนวนชั้น และการเลือกวัสดุอุปกรณ์ในการก่อสร้าง จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องสอบถามความต้องการของสมาชิกแต่ละคน และความต้องการโดยรวมเรื่องสไตล์ประจำบ้าน เช่น บ้านประหยัดพลังงาน บ้านเพื่อผู้สูงอายุ บ้านสำหรับครอบครัวใหญ่ บ้านที่เป็นออฟฟิศด้วย นอกจากนี้ข้อมูลพื้นฐานทั่วไป เช่น จำนวนสมาชิก เพศ อายุ ควรต้องแจ้งต่อบริษัทรับสร้างบ้านหรู […]

read more
1 2 3 4 5 6